คอลัมน์: สายตรวจระวังภัย: กรมศุลฯเตือน!! อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพแอบอ้างให้จ่ายเงินภาษีก่อนนำของออก
Source - คมชัดลึก (Th)

Monday, June 26, 2017  05:55
48997 XTHAI XENT DAS V%PAPERL P%KCL

          ทีมข่าวอาชญากรรม
          "มิจฉาชีพ" มีมากมายหลายรูปแบบ มีวิวัฒนาการตามยุคตามสมัย ใช้ทั้งเทคโนโลยีและหลักจิตวิทยา สร้างความน่าเชื่อถือต่างๆ นานา โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เพื่อต้มตุ๋นหลอกลวงเอาทรัพย์สินจากเหยื่อ ซึ่งล่าสุดมีเหล่ามิจฉาชีพอ้างชื่อ "กรมศุลกากร" เพื่อธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวกับการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ กระทั่งมีคนหลงเชื่อถูกหลอกเอาเงินไปแล้วหลายราย
          สำหรับเทคนิคการหลอกลวงของแก๊งมิจฉาชีพจะมีหลักๆ 4 กรณี กรณีแรก
          จะมีการโทรศัพท์มาแจ้งแก่ผู้เสียหายว่า มีพัสดุส่งทางไปรษณีย์มาจากต่างประเทศ แต่ติดปัญหาด้านภาษีกับกรมศุลกากร และแจ้งให้จ่ายเงินเพื่อเคลียร์ปัญหา ไม่เช่นนั้นจะถูกเจ้าหน้าที่ยึดพัสดุดังกล่าว ซึ่งกรณีนี้ทางกรมศุลกากรชี้แจงว่า วิธีปฏิบัติสำหรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ณ ที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด นำจ่ายและเรียกเก็บภาษีแทนกรมศุลกากร (ประเภทที่ 2) มีหลักการจัดเก็บภาษี คือ ของทุกชนิดที่นำเข้าทางไปรษณีย์ซึ่งมีราคารวมค่าฝากส่งไปรษณีย์ (POSTAGE) แต่ละรายที่มีราคาเกิน 1,500 บาท ต้องชำระภาษีศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องไม่เป็นของต้องมีใบอนุญาต เช่น อาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง ยา ฯลฯ สำหรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่ได้รับการยกเว้นอากร มี 2 กรณีเท่านั้น คือ กรณีหีบห่อรวมค่าฝากส่งไปรษณีย์ (POSTAGE) มีราคาไม่เกิน 1,500 บาท และเป็นตัวอย่างสินค้าและไม่มีราคาทางการค้า หากกรณีผู้รับเห็นว่าการประเมินราคาภาษีอากรไม่ถูกต้อง สามารถโต้แย้งค่าภาษีก่อนชำระ หากมีหลักฐานเพียงพอ โดยยื่นคำร้องพร้อมหลักฐาน ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ระบุในใบแจ้งฯ ทั้งนี้ กรมศุลกากรย้ำว่าในการทำธุรกรรมทางการเงินเกี่ยวกับการชำระภาษี จะต้องมีเอกสารยืนยันและต้องไปชำระที่ทำการไปรษณีย์ที่
          ระบุในใบแจ้งฯ เท่านั้น
          กรณีที่สอง
          จะมีชาวต่างชาติได้เข้ามาตีสนิทกับผู้เสียหายผ่านทางสื่อออนไลน์ หลังจากนั้นชาวต่างชาติรายดังกล่าวจะแจ้งว่าได้ส่งของขวัญหรือของมีค่าต่างๆ มาให้ผู้เสียหาย และให้รอรับการติดต่อจากบริษัทขนส่งสินค้า จากนั้นไม่นานก็จะได้รับการติดต่อจากบริษัทขนส่งสินค้า ทางอีเมล(e-mail) และโทรศัพท์ โดยให้โอนเงินจำนวนมากไปยังบริษัทขนส่งสินค้าในต่างประเทศ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและค่าภาษีอากร แต่เมื่อผู้เสียหายส่งเงินไปให้แล้ว ปรากฏว่าไม่ได้รับของดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้นกรมศุลกากรจึงขอให้ท่านตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ใจก่อนการโอนเงิน
          กรณีที่สามมีบุคคลแอบอ้างเอกสารใบรับรองที่มีการลงนามโดย นายกุลิศ สมบัติศิริอธิบดีกรมศุลกากร ให้แก่ภาคเอกชน ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร พบว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม และจัดทำขึ้นด้วยเจตนาไม่สุจริต เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและกรมศุลกากร ทางกรมศุลกากรจึงแจ้งเตือนให้ทราบโดยทั่วกัน และกรณีที่สี่ มีการลงเว็บไซต์ประกาศขายสินค้าราคาถูก โดยอ้างว่าเป็นสินค้าจากกรมศุลกากร และให้โอนเงินมัดจำหรือนัดให้ไปชำระเงินส่วนที่เหลือเพื่อรับสินค้า ด้วยวิธีการต่างๆ ที่ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับเรื่องนี้กรมศุลกากรได้ยืนยันว่า การจำหน่ายสินค้าของกลางกรมศุลกากรโดยวิธีที่ถูกต้อง จะเป็นการลงประกาศขายทอดตลาดอย่างเป็นทางการเพียงวิธีเดียว และจะรับชำระเงิน ณ ที่ทำการศุลกากร โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรเท่านั้น ซึ่งจะไม่มีการบอกขายทางระบบอินเทอร์เน็ต หรือผ่านบุคคลที่แอบอ้าง และไม่มีการให้โอนเงินค่าสินค้า หรือโอนเงินมัดจำเข้าบัญชีผู้ใดทั้งสิ้น
          จากปัญหาที่เกิดขึ้นทางกรมศุลกากรจึงออกมาแจ้งเตือนประชาชน ว่า อย่าหลงเชื่อ!!
          หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามตามช่องทางต่างๆ ดังนี้ 1.หมายเลข 1164 หรือทาง e-mail (
1164@customs.go.th) 2.ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารกรมศุลกากร ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา กรมศุลกากร 3.แจ้งปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบ ได้ที่กลุ่มคุ้มครองส่งเสริมจริยธรรม หมายเลข 1332 โทรศัพท์ : 0-2667-7432, 0-2667-6891, 0-2667-6889 และ e-mail(ctc@customs.go.th) 4.แจ้งเบาะแสการลักลอบหลีกเลี่ยงหนีศุลกากร ได้ที่สำนักสืบสวนและปราบปราม (สสป.) โทรศัพท์ : 0-2667-6741-5 โทรสาร : 0-2667-6955, 0-2667-6966 หรือ 83000000@customs.go.thและ 5.ติดต่อด้วยตนเอง ณ สำนักงานหรือด่านศุลกากรใกล้บ้านท่าน ในวันและเวลาราชการ
          มีปัญหาร้องเรียน "สายตรวจระวังภัย" ทีมข่าวอาชญากรรม 0-2338-3636-7 อีเมล
cr_nation@hotmail.comหรือเฟซบุ๊ก สายตรวจประชาชน หรืออาชญากรรมทันข่าว--จบ--

          ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก